“เด็กแว้น” โพสต์ปิดถนน อยากวิ่งแบบถูกกฎหมาย ชาวเน็ตหมดความอดทน

wans-01

โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพกลุ่มเด็กวัยรุ่นนับร้อยรวมตัวปิดถนนเตรียมซิ่ง พร้อมข้อความประกอบว่า “‪#‎แชร์หน่อยครับ‬ !! หาจุดยืนให้พวกเราบ้าง ? อยากจะวิ่งแบบ “ถูกกฎหมาย” จะค้านกันทำไม ?! #‎ในเมื่อพวกเราก็ไม่ได้วิ่งกันทุกวัน‬”

ด้านชาวเน็ตต่างก็แสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมตำหนิเจ้าของภาพกันเป็นจำนวนมาก โดยมองว่า การรวมตัวซิ่งของเด็กแว้น ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่ควรปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ด้านบางรายมองว่าเด็กแว้นในภาพ ส่วนใหญ่ไม่สวมหมวกกันน็อก แถมรถบางคันก็ไม่มีป้ายทะเบียนที่ถูกต้อง แล้วจะมาเรียกร้องอยากวิ่งแบบถูกกฎหมายกันได้อย่างไร

ขณะที่บางรายให้ความเห็นว่า หากอยากวิ่งแบบถูกกฎหมาย ก็ควรไปเช่าสนาม หรือหาพื้นที่แบบถูกกฎหมาย ไม่ใช่มาแข่งกันกลางถนนสาธารณะแบบนี้

wans-02 wans-03

ฉ.4 มาแล้ว!! อุตุเตือน 19 จว. “พายุฤดูร้อน” 19-21 เม.ย. นี้

payuu

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือน เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 4 ใจความว่า ในช่วงวันที่ 19-21 เมษายน 2559 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี ระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

ทั้งนี้เนื่องจาก ความแตกต่างของมวลอากาศ โดยในช่วงวันที่ 19-21 เมษายน 2559 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ภาคตะวันออก และภาคกลาง ซึ่งในบริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว

ที่มา กรมอุตุฯ

อุตุเตือน ฉ.2 !! จับตาอีสาน เพิ่มอีก 5 จังหวัด “พายุฤดูร้อน” จ่อถล่ม

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือน เรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 2 ใจความว่า ในช่วงวันที่ 18-21 เมษายน 2559 บริเวณด้านตะวันออกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ขอให้ประชาชนในบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี ระมัดระวังจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง

payuu

ทั้งนี้เนื่องจาก ความแตกต่างของมวลอากาศ โดยในช่วงวันที่ 18-21 เมษายน 2559 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ซึ่งในบริเวณดังกล่าวนี้มีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว

ไร้อิทธิฤทธิ์!! กระบะพุ่งชนต้นไม้ริมถนน “ลูกเทพรอด” เจ้าของตายคาที่ 2 ศพ!!

looktep

วันนี้ (10 มี.ค.2559) เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ ทะเบียน บย 8182 สุพรรณบุรี เสียหลักตกลงไปในพงหญ้าข้างทาง บริเวณถนนสาย 357 เลี่ยงเมือง-สามเหลี่ยม หมู่ที่ 3 ต.ท่าระหัด  เมือง

สุพรรณบุรี สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน  โดยมีถังใส่ปลาดุกหลายสิบถังกระเด็นไปทั่วปลาดุกกระจายเกลื่อนพื้น ภายในรถพบผู้เสียชีวิตถูกอัดก๊อปปี้คาซากรถ  1 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือ นายสายชล งามสง่า

อายุ 22 ปี ภายในรถพบตุ๊กตาลูกเทพสวมสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทที่คอ และข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น นอกจากนี้ยังมีนายพรเทพคงทน อายุ 16 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย ใกล้กันมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 2 รายคือ นายไตรภพ จามิกร อายุ 17 ปี และนางอุบล ปิ่นแก้ว อายุ 54 ปี โดยนางอุบล ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ตำรวจสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางอุบล อาชีพรับซื้อขายปลาพาลูกจ้างรวมทั้งหมด 4 คน ออกจากบ้านที่ ต.บางพลับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เพื่อจะนำปลาไปส่งตลาดที่ จ.อ่างทอง  โดยมีนายสายชลเป็นคนขับ นางอุบลนั่งคู่เบาะหน้ากับตุ๊กตาลูกเทพ ส่วนนายไตรภพ และนายพรเทพนั่งบนโครงเหล็กที่ต่อเป็นคอกอยู่บนหลังคารถ มาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักชนต้นไม้ข้างทางอย่างแรงจนตกลงไปในพงหญ้า ข้างทาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าคนขับหลับใน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนิน การตามกฎหมายต่อไป

 

ขอบคุณ ที่มา  : http://www.dailynews.co.th/regional/384825

“ดีเจเก่ง” รับสารภาพ ศาลสั่งจำคุก 3 เดือน 15 วัน ยึดรถ ใบขับขี่ ไม่รอลงอาญา

จากกรณี  นายภัทรศักดิ์ หรือ เก่ง เทียมประเสริฐ อายุ 35 ปี อดีตดีเจคลื่นวิทยุ 89.5 สวีทเอฟเอ็ม ขับรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ สีดำสีประตู ถอยหลังชนกับรถเก๋งโตโยต้ายาริส ของคู่กรณี ที่บริเวณทางเข้าสนามไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา  และถูกฟ้องรวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ  ซึ่งเมื่อวันที่ 10 ก.พ. นายภัทรศักดิ์ จำเลยได้ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลจึงนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 7 มี.ค.นี้เวลา 09.00 น.

14573280521457328066l

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 มีนาคม  ที่ห้องพิจารณา 31 ศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความ คดีหมายเลขคดีดำ ที่ อ.1116/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่าคดีศาลแขวง(พระนครเหนือ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสิร์ฐ หรือ ดีเจเก่ง อายุ 35 ปี อดีตดีเจคลื่นวิทยุ 89.5 สวีทเอฟเอ็ม  ในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น , ทำร้ายร่างกายไม่เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ จากกรณีเมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา จำเลยถอยรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ชนกับรถเก๋งโตโยต้ายาริส คู่กรณี

โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาศาลได้สอบคำให้การจำเลยแล้วให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา ศาลจึ่งนัดพร้อมในวันนี้เพื่อตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ แต่ก่อนที่ศาลจะเริ่มกระบวนการพิจารณา จำเลยหรือดีเจเก่ง ได้แถลงต่อศาลขอกลับให้การรับสารภาพ ตามฟ้องโจทก์  โดยศาลสอบถามอัยการแล้วไม่คัดค้าน

ศาลพิจารณาพยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้วเห็นว่า การกระทำเป็นความผิดตามตามฟ้องจึงพิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 7 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุให้บรรเทาโทษเห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคง 3 เดือน 15วัน และเมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีศาลเห็นว่าพฤติการร้ายแรงก่อเหตุบนถนนสาธารณะในเวลากลางวัน จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ โดยศาลให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่และยึดรถกระบะคันดังกล่าว

ภายหลังนายภัทรศักดิ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 15,000 บาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี ศาลพิจารณาคำร้องและหลักทรัพย์จำเลยอนุญาตให้ปล่อบช่วคราวจำเลยโดยตีราคาประกัน 15,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายครั้งศาลมีคำสั่งอนุญาตปลาอยชั่วคราวนายภัทรศักดิ์ ได้หลบเลี่ยงผู้สื่อข่าวโดยเดินทางออกจากศาลทันที

รู้ไว้นะ วิธีป้องกันจากการถูกหลอก ให้ทำประกันทางโทรศัพท์

ถูกตัวแทนประกันชีวิตหลอกให้ทำประกัน จะทำยังไงดีเมื่อตกลงทำไปแล้ว เงินจะจ่ายค่าประกันชีวิตก็ไม่มี กลัวโดนฟ้องก็กลัว ถ้าใครเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ บอกเลยเรามีทางออกมาแนะนำ

insurance-arrow

 

1. คุณต้องถามให้ชัดเจนว่าโทรมาจาก “ธนาคาร” หรือ “บริษัทประกัน”

2. ให้ถามชื่อ – นามสกุล และเบอร์ติดต่อ ชื่อบริษัท โดยเฉพาะส่วนที่สำคัญที่สุด คือ รหัสตัวแทน (รหัสใบอนุญาตของคนขาย) ของผู้ที่นำเสนอขายประกันให้เรา อย่าลืมจดไว้ให้ละเอียดเพื่อประโยชน์ในอนาคต ถ้าเป็นไปได้ให้บันทึกการสนทนาไปด้วยจะดีที่สุด เพราะบรรดาตัวแทนบริษัทประกันจะกลัวการถูกบันทึกการสนทนากรณีที่โทรมาเพื่อหว่านล้อมให้เราทำประกันชีวิตด้วย เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้เราสามารถโทรไปขอตรวจสอบได้ที่ คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) แล้วถ้าถูกร้องเรียนบ่อยเสียจนขึ้นไปอยู่ในแบล็คลิสต์แล้วละก็ มีสิทธิ์โดนปิดบริษัทได้เลยนะครับ ดังนั้นเราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ช่วยกันทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อที่คนที่เอาเปรียบคนอื่นจะได้ไม่สามารถไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก

 

ช่องทางในการร้องเรียน

1. บริการสายด่วนประกันภัย (คปภ.) 1186

2. บริการข้อมูลข่าวสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยตรงก็ที่ คปภ.

3. ติดต่อ คปภ. สำนักงานใหญ่โดยตรงที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย 22/79 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 โทร. 0-2515-3999

 

นอกจากนี้ยังมีคำพูด ต้องห้าม ในกรณีที่ตัวแทนบริษัทประกันโทรหาคุณ ถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อของตัวแทนบริษัทประกันหน้าเลือดแล้วละก็ ทำตามนี้เลย

1. ห้ามพูดคำว่า ” ตกลง” หรือ ” สนใจทำ” หรือ ” ทำ “ เด็ดขาด เพราะคำเหล่านี้จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าคุณได้ทำประกันไปจริง ๆ แนะนำให้พูดว่า ” ไม่เอา , ไม่ทำ , ไม่สนใจ, ไม่ต้องโทรมาแล้วและวางสายทันทีไม่ต้องคุยอะไรอีก

2. ห้ามพูดคำว่า “ให้ส่งเอกสารมาให้ดูก่อน” หรือ “ขอดูรายละเอียดก่อน” เพราะจะเข้าทางทันที คนที่โทรมาจะหลอกให้คุณตอบตกลงทำประกัน จากนั้นก็จะตัดเงินในบัตรเครดิต , บัตรเดบิต หรือให้โอนเงินให้ทันที

 

ถ้าเผลอตอบตกลงทำประกันไปแล้ว จะทำยังไงดี

1. ถ้าได้รับการติดต่อภายในวันนั้น ให้ติดต่อกลับไปแจ้งทันทีว่าไม่ทำ และให้ถามเลยว่าตัดเงินจากบัตรไปแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ได้ตัดเงินจากบัตรก็โชคดีไป แต่ถ้าตัดเงินจากบัตรไปแล้วอาจไม่ได้คืนหรือได้คืนก็ช้ามากประมาณ 1 เดือน (แล้วแต่วิธีที่ตกลงกัน)

2. ในกรณีที่ผู้เอาประกันตกลงซื้อประกันผ่านทางโทรศัพท์ แล้วผู้เอาประกันที่ต้องการจะขอยกเลิกกรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถแจ้งบริษัทประกันเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมแนบกรมธรรม์ประกันชีวิต และส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงบริษัทที่รับประกันภัย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยผู้เสียหายจะได้รับเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมดคืน

ในขณะนี้การขายประกันทางโทรศัพท์กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก ซึ่งการขายประกันทางโทรศัพท์นี้มีชื่อเรียกว่า “เทเลมาร์เก็ตติ้ง” ซึ่งบรรดาบริษัทประกันชีวิตและประกันภัยนิยมใช้วิธีนี้ในการเข้าหาลูกค้าอย่างแพร่หลาย โดยส่วนใหญ่จะเสนอขายประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ ประกันสินเชื่อเพื่อคุ้มครองค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต เป็นส่วนใหญ่

ประกันชีวิตใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่น่าขยาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ ถ้าหากใครมีเวลาไปศึกษาดูจะพบว่าสิทธิประโยชน์ในประกันชีวิตก็มีมากโขอยู่ แต่ทั้งนี้ก็มีกลุ่มคนบางกลุ่มที่มุ่งหวังเพียงแต่เรื่องการทำยอดแต่เพียงอย่างเดียว จึงได้ใช้ช่องทางอันไม่ซื่อไปหากินบนความไม่รู้ของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการหลอกล่อต่าง ๆ นานา การสรรหาคำวิเศษเลิศเลอต่าง ๆ เพื่อหว่านล้อมให้คนหลงเชื่อแล้วตัดสินใจทำประกันชีวิตไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว พอรู้ตัวอีกทีก็เสียทรัพย์ไปแล้ว ดังนั้นทางเดียวที่จะหยุดวงจรนี่คือทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาและรายงานพฤติกรรมดังกล่าวของคนกลุ่มนี้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ดำเนินการเอาผิด

แต่ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกหลอกให้ทำประกันก็คือ “สติ” ถ้าเราใช้สติและวิจารณญาณไตร่ตรองคำพูดของคนที่โทรมาชักชวนหรือเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เราจะเห็นได้ชัดว่าใครหลอกลวงหรือใครจริงใจ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจทำประกันไม่ว่าจะชนิดใด ขอให้ทุกคนมีสติกันให้มาก ๆ นะครับ จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของคนที่ทำนาบนหลังคน

รัฐผุดแนวคิด ชวนงดสาดน้ำ “สงกรานต์” ตุนน้ำใช้หน้าแล้ง

ภัยแล้งพ่นพิษ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา แนะงดสาดน้ำ สงกรานต์ เอาแค่ประพรมน้ำให้เป็นพิธีพอ หวังให้นำเหลือพอใช้ในหน้าแล้งก่อนฝนมาถึง

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (24 ก.พ. 59) หน่วยงานรัฐบาลทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.), ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ได้ออกมาเชิญชวนประชาชนร่วมรณรงค์หยัดการใช้น้ำ หลังจากในปีนี้น้ำในเขื่อนต่างๆ มีปริมาณน้อย และคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้งที่จะถึง

tnews_1428640696_5402

โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ที่หน่วยงานรัฐได้แนะนำว่าควรลดจำนวนวันเล่นลง และเปลี่ยนจากการสาดน้ำ ให้เป็นการประพรมน้ำแทน ซึ่งนายทองเปลว กองจันทร์ ผอ.สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา และโฆษกกรมชลประทาน เผยว่า แนว คิดดังกล่าวเป็นการรณรงค์ช่วยประหยัดน้ำไม่ใช่การให้งดหรือเลิกเล่นกิจกรรม เพราะช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นประเพณีทั่วประเทศต้องใช้น้ำ ซึ่งหากงดจำนวนวันเล่น และปริมาณการใช้น้ำเล่น ก็จะทำให้มีน้ำสำรองใช้ รองรับสถานการณ์ช่วงหน้าแล้งที่จะเกิดขึ้น

ระวังไว้ !! ภัยบนถนน ขับรถอยู่ดีๆ อาจติดคุกได้ แต่คุณเอาตัวรอดได้

เดี๋ยวนี้ตำรวจชอบตั้งด่านตรวจฉี่ข้างถนน หากตำรวจขอตรวจปัสสาวะจากท่านแต่ท่านไม่ยินยอม ท่านก็สามารถที่จะปฏิเสธการตรวจนั้นได้ ตามสิทธิของตน

** แต่หากเป็นกรณีที่ท่านปฏิเสธไม่ยินยอมให้พนักงานสอบสวนตรวจ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามกฎหมายให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่า ข้อเท็จจริงเป็นไปตามผลการตรวจพิสูจน์ (คือทางตำรวจเขาอาจสันนิษฐานว่าปัสสาวะของท่านมียาเสพติด) ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อท่านเอง

25022016_IMG_1456381384_746

ข้อควรปฏิบัติหากมั่นใจว่าตัวท่านเองไม่ได้เสพยาเสพติด

  1. เวลาถูกเรียกตรวจปัสสาวะ ให้ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ว่ายินยอมให้ตรวจแต่จะไปตรวจที่โรงพยาบาลเท่านั้น
  2. ในกรณีที่ตรวจที่ด่านแล้วผลออกมาเป็นสีม่วง ตำรวจจะตั้งข้อหาท่านทันทีเพื่อควบคุมตัวท่าน ในขั้นตอนนี้ตำรวจจะหว่านล้อมหรือข่มขู่ท่านทุกอย่างให้ท่านยอมรับสารภาพ แต่ถ้าในเมื่อท่านมั่นใจตัวเองว่าไม่ได้เสพก็ขอให้ท่านปฎิเสธข้อหาและขอให้ ไปตรวจปัสสาวะวัดผลที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมแจ้งทางโรงพยาบาลให้เจาะเลือดเพื่อวิเคราะห์หาสารเสพติดด้วย เพราะบางครั้งผลบวกที่ปัสสาวะม่วงโดยการใช้ชุดทดสอบนั้น อาจมาจากยารักษาโรคบางตัวที่มีส่วนผสมของสูโดอีเฟรดีนซึ่งเป็นอนุพันธ์ของ เมทแอมเฟตามีน
  3. ให้รอผลตรวจจากทางโรงพยาบาลก่อนเซ็นเอกสารใดๆของตำรวจ เพราะตำรวจอาจส่งฟ้องเราแม้เราจะปฎิเสธหรือผลของทางโรงพยาบาลออกมาตรงข้าม กับที่ด่าน โดยตำรวจสามารถทำมึนใช้ผลทดสอบแรกที่ด่านที่เป็นสีม่วงเป็นหลักฐานในการส่ง ฟ้องได้ ดังนั้นเราจึงต้องเก็บเอกสารผลตรวจต่างๆของทางโรงพยาบาล เพื่อจะใช้เป็นพยานหลักฐานในตอนต่อสู้คดี
  4. ข้อควรทราบ การตรวจปัสสาวะ ณ จุดตรวจต่างๆ เป็นการตรวจสอบเบื้องต้นเท่านั้น ปัสสาวะที่ให้ผลบวก จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกตัวอย่าง จะต้องส่งตรวจยืนยันผลก่อนเสมอ จึงจะสรุปได้ว่ามีสารยาบ้าหรือยาอีผสมอยู่หรือไม่ ดังนั้นหากตำรวจใช้ผลตรวจปัสสาวะจากด่านโดยไม่มีผลจากโรงพยาบาลมาประกอบใน การส่งฟ้อง ส่วนใหญ่จะผู้ต้องหาจะหลุดคดี แต่ผลจะตรงข้ามกันทันทีเมื่อมีผลตรวจจากด่านและคำรับสารภาพที่ท่านเป็นผู้ลง นาม แม้ไม่มีผลตรวจจากโรงพยาบาลมาประกอบในการส่งฟ้อง แต่คำรับสารภาพที่ท่านลงนามนั้นจะเป็นเครื่องมัดตัวท่านอย่างรู้เท่าไม่ถึง การณ์ครับ

ส่วนเรื่องการจะให้ปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติด ในรถ หลังต้นไม้ หรือริมถนนนั้น ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมครับ ที่ถูกคือต้องทำในห้องน้ำหรือหาฉากกั้นบัง ไม่ใช่ให้ปัสสาวะใส่ชุดตรวจในรถ หลังต้นไม้ หรือริมทางกันแบบนั้น ในกรณีนี้หากเราเป็นผู้ถูกบังคับข่มขืนใจให้กระทำแบบนั้น เราสามารถขอพบหัวหน้าสถานีก็คือผู้กำกับเพื่อร้องเรียนให้พิจารณาข้อบกพร่อง ในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจทั้งหมดในชุดนั้นๆได้

VVVNDX_tU9YBJ

ทำไมฉี่เป็นสีม่วง??? ฉี่สีม่วงคืออะไร ???

ฉี่สีม่วง คือ การตรวจปัสสาวะหายาบ้าแบบหนึ่ง ซึ่งราคาไม่แพงและวิธีการก็ทำได้ง่าย โดยนำสารเคมีมาผสมกับปัสสาวะถ้าปัสสาวะมียาบ้าก็จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง ทำให้นิยมเรียกกันว่าฉี่สีม่วง แต่ฉี่สีม่วงก็มีข้อควรระวังอยู่เหมือนกัน เนื่องจากจะมีโอกาสเกิดผลบวกลวงขึ้นได้ ผลบวกลวงนี้หมายถึงการที่ฉี่เป็นสีม่วง แต่จริงๆแล้วผู้ถูกตรวจไม่ได้เสพยาบ้าเลย ซึ่งมีกรณีที่เกิดขึ้นจริงแล้วหลายครั้ง

เนื่องจากว่าสารเคมีที่ใช้ทดสอบจะทำปฎิกิริยาเป็นสีม่วงกับสารอื่นด้วย ไม่เฉพาะแต่ยาบ้าอย่างเดียว เช่น ถ้าผู้ถูกตรวจกินยาแก้หวัดหรือยาลดความอ้วน ก็จะเกิดผลบวกลวงขึ้นได้มีข้อควรระวังอีกหนึ่งข้อค่ะ คือฉี่สีม่วงจะมีความไวในการตรวจต่ำ ซึ่งหมายความว่า จะต้องมีปริมาณยาบ้าในปัสสาวะมากหน่อยจึงจะตรวจพบฉี่สีม่วงได้ ทำให้ผู้ที่เสพยาบ้าปริมาณน้อย หรือเสพมานานกว่า 24 ชั่วโมง อาจจะหลุดลอดไปได้ค่ะ ดังนั้นถ้าเราจะใช้ผลการตรวจฉี่สีม่วง เพื่อนำไปเป็นหลักฐานหรือดำเนินคดีก็ควรจะตรวจยืนยันด้วยวิธีการอื่นเพิ่ม เติม เพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ปรักปรำคนผิดไปเพราะผลบวกลวงจากฉี่สีม่วง